Click on the slide!

โรงพยาบาลบางระกำ   "ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 น.-16.30 น." 

Click on the slide!

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางระกำ

  นายแพทย์ ภูวดล พลพวก  

Click on the slide!

บริการด้านการตรวจรักษา ด้านจักษุ

บริการตรวจตา สายตา ต้อเนื้อ ต้อกระจก ต้อหิน

Click on the slide!

เจ็บป่วย อุบัติเหตุ ฉุกเฉิน โทรสายด่วน 1669

Frontpage Slideshow (version 2.0.0) - Copyright © 2006-2008 by JoomlaWorks

ผื่นแอกทินิกเคอราโทซิส

พิมพ์
PDF

 

ผื่นแอกทินิกเคอราโทซิส

 

Actinic keratosis


Actinic keratoses หรือ Solar keratoses เป็นผื่นผิวหนังที่มีลักษณะหยาบเป็นขุย ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เซลล์ผิวหนังถูกทำลายจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) จึงมักพบผื่นชนิดนี้บริเวณผิวหนังที่มีการสัมผัสแสงอาทิตย์บ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านหลังของมือ แขน และใบหน้า

อาการของ Actinic keratoses 

เริ่มต้นอาจพบเป็นเพียงจุดผิวหนังหยาบขรุขระขนาดเล็กในบริเวณที่มีการสัมผัสกับแสงแดดบ่อยๆ หรือรู้สึกว่าผิวหนังบริเวณนั้นเหมือนกระดาษทราย โดยไม่มีอาการอื่นๆร่วมด้วย ผื่นดังกล่าวอาจเป็นๆ หายๆ โดยไม่ต้องรักษา ส่วนใหญ่แล้ว Actinic keratoses มักจะมีขนาดประมาณ 5 ถึง 10 มิลลิเมตร เมื่อเวลาผ่านไปผื่นอาจขยายใหญ่ขึ้น (โดยอาจโตได้มากถึง 20 มิลลิเมตร) และมักจะมีสีผิวเปลี่ยนเป็นสีแดงและตกสะเก็ด หรืออาจจะเปลี่ยนเป็นสีอื่นๆก็ได้ รวมถึงอาจมีการหนาตัว แข็งเหมือนหูด แต่ในบางรายผื่นกลับอ่อนตัวยุบแบนลง ในขณะที่ผิวหนังโดยรอบมักจะมีลักษณะของการถูกทำลายจากแสงอาทิตย์ เช่น เป็นรอยด่างและรอยเหี่ยวย่น ซึ่งหากคุณพบอาการเหล่านี้ก็ควรไปปรึกษาแพทย์

ภาวะแทรกซ้อนจาก Actinic keratoses 

Actinic keratoses มักจะไม่เป็นอันตรายร้ายแรง แต่ถ้าเซลล์ผิวหนังได้รับความเสียหายอย่างมากจนมีลักษณะของการเจริญของเซลล์ผิดปกติก็อาจนำไปสู่โรคมะเร็งผิวหนังชนิด Squamous cell carcinoma ได้ (แต่โอกาสของการเป็นมะเร็งมีน้อยเพียงร้อยละ 6 เท่านั้น) ถ้าคุณมีผื่นที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นตุ่มเล็กๆ ตกสะเก็ด ที่น่าสงสัยว่าจะเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคมะเร็งผิวหนัง ก็ควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาโดยเร็ว

สาเหตุของการเกิด Actinic keratoses
สาเหตุของ Actinic keratoses เกิดจากการสัมผัสรังสีอัลตราไวโอเล็ตจากดวงอาทิตย์ซ้ำแล้วซ้ำอีก ด้วยเหตุนี้คนที่อาศัยอยู่ในประเทศที่มีแสงแดดมากก็จะมีความเสี่ยงสูงในการโรค ส่วนปัจจัยอื่นๆ ที่อาจบ่งบอกความเสี่ยงการเป็นโรคนี้ได้แก่
  • การมีผิวสีอ่อน ดวงตาสีฟ้าและผมสีบลอนด์หรือสีแดง
  • ผิวหนังมีลักษณะของการถูกเผาไหม้ได้ง่ายเวลาโดนแดด
  • การใช้เตียงอาบแดด (sunbed)
  • การมีระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ เช่น ติดเชื้อ HIV หรือมีการใช้ยาที่กดระบบภูมิคุ้มกัน
นอกจากนี้ภาวะทางพันธุกรรมบางอย่างยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด  Actinic keratoses เช่น  Xeroderma pigmentosum (ที่ทำให้ผิวหนังมีความไวผิดปกติต่อแสงอาทิตย์) หรือภาวะผิวเผือก (Albinism) เป็นภาวะที่ร่างกายไม่มีเม็ดสีในผิวหนัง เส้นผม และเลนส์ตา) ซึ่งเป็นภาวะผิดปกติที่พบได้น้อย

การวินิจฉัย Actinic keratoses 

การวินิจฉัยสามารถทำได้โดยแพทย์จะถามเกี่ยวกับอาการ ทำการตรวจสอบผิวหนังที่ผิดปกติและดูลักษณะการกระจายของผื่นตามร่างกาย แต่ถ้าพบผื่นขนาดโตผิดปกติ มีอาการเจ็บ มีเลือดออก คุณอาจถูกส่งตัวไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง (Dermatologist) ซึ่งอาจเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ (biopsy) จากผิวหนังเพื่อตรวจดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่จะเป็นมะเร็งผิวหนังหรือไม่

การรักษา Actinic keratoses

วิธีการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค โดยบางครั้งก็สามารถหายได้เองโดยไม่ต้องรักษา อย่างไรก็ดีผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามี Actinic keratoses ควรดูแลตนเองเป็นพิเศษในเวลาที่ต้องสัมผัสกับแสงแดด
การใช้ยาเฉพาะที่
  • เจล Diclofenac มีประสิทธิภาพสำหรับผื่นที่เป็นน้อยๆ โดยต้องทายานี้วันละ 2 ครั้ง นาน 3 เดือน
  • ครีม 5-fluorouracil สามารถใช้ได้ทั้งกับ Actinic keratoses ที่เป็นเล็กน้อยจนถึงที่เป็นรุนแรงมาก โดยต้องทายาวันละ 1-2 ครั้ง นาน 4 สัปดาห์ และห้ามใช้ในหญิงที่กำลังให้นมลูกเพราะจะเป็นอันตรายต่อเด็ก
  • ครีม Imiquimod ต้องใช้ยาสัปดาห์ละ 3 ครั้ง นาน 4 สัปดาห์ การใช้ยานี้อาจมีผลข้างเคียงทำให้ผื่นแดงได้
ถ้าการรักษาด้วยยาไม่ดีขึ้น ก็อาจต้องใช้วิธีอื่นต่อไป

การบำบัดด้วยวิธีจี้เย็น (Cryotherapy)

เป็นการใช้ไนโตรเจนเหลวจี้ที่ผื่น มักจะใช้ในกรณีผื่นขนาดเล็กซึ่งไม่ตอบสนองต่อการใช้ยารักษาเฉพาะที่

การรักษาโดยใช้แสงกระตุ้น (Photodynamic therapy)

เป็นการใช้ครีมทาผื่นเพื่อทำให้ผื่นไวต่อแสง จากนั้นจึงฉายแสงให้เซลล์ผิวหนังบริเวณที่ทาครีมไว้ให้ไวต่อการกระตุ้นนั้น เกิดการอักเสบและจะถูกแทนที่ด้วยเซลล์ปกติต่อไป แต่การรักษานี้ค่อนข้างจะเจ็บปวด

ศัลยกรรม

หากลักษณะ Actinic keratoses หนาตัวเป็นก้อน แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดและส่งตรวจว่าเป็นโรคมะเร็งผิวหนังหรือไม่

การป้องกันการเกิด Actinic keratoses 

การเกิด Actinic keratoses เป็นสัญญาณแสดงถึงการเสื่อมตามวัยของเซลล์ผิวหนัง ซึ่งจะถูกทำลายได้จากแสงอาทิตย์ การลดความเสี่ยงของการเกิด Actinic keratoses สามารถทำได้ตามคำแนะนำต่อไปนี้
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดแรงจ้า ซึ่งมักจะอยู่ในช่วงเวลา 11:00 น.-15:00 น.
  • ใช้ครีมกันแดดที่มีค่าป้องกันแสงแดด (Sun Protective Factor: SPF) อย่างน้อย 25 และให้แน่ใจว่าสามารถป้องกันทั้งรังสี UVA และรังสี UVB
  • สวมหมวกปีกกว้างและเสื้อแขนยาวเพื่อปกป้องผิวหนังจากแสงอาทิตย์
  • ใช้แว่นตากันแดดที่มีสารป้องกันรังสีอัลตราไวโอเล็ต
  • อย่าใช้เตียงอาบแดด

กรณีที่คุณมี Actinic keratoses แล้ว ให้พยายามติดตามสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทุก 2-3 เดือน หากพบความผิดปกติที่น่าสงสัย เช่น ขนาดใหญ่ขึ้น เป็นแผลเจ็บ คุณควรไปปรึกษาแพทย์

 

 

ขอบคุณบทความดีๆจาก : http://www.bupa.co.th