Click on the slide!

โรงพยาบาลบางระกำ   "ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 น.-16.30 น." 

Click on the slide!

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางระกำ

  นายแพทย์ ภูวดล พลพวก  

Click on the slide!

บริการด้านการตรวจรักษา ด้านจักษุ

บริการตรวจตา สายตา ต้อเนื้อ ต้อกระจก ต้อหิน

Click on the slide!

เจ็บป่วย อุบัติเหตุ ฉุกเฉิน โทรสายด่วน 1669

Frontpage Slideshow (version 2.0.0) - Copyright © 2006-2008 by JoomlaWorks

ปวดหลัง

พิมพ์
PDF
ปวดหลัง 
Back pain

อาการปวดหลังมักเกิดขึ้นกับหลังส่วนล่าง ซึ่งอาจเกิดขึ้นเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ เป็นวันหรือเป็นสัปดาห์  แต่ก็อาจเรื้อรังเป็นเดือน หรือเป็นปีก็ได้ คนส่วนใหญ่จะเคยมีอาการปวดหลังในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต

ข้อมูลเกี่ยวกับการปวดหลัง

                อาการปวดหลังเกิดขึ้นได้ง่าย โดยพบว่าประมาณ 4 ใน 5 คน จะเคยมีอาการปวดหลังในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของชีวิต อาการดังกล่าวเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงวัยแต่มักจะพบได้บ่อยในช่วงอายุ 35-55 ปี หรือมากกว่า

                หลังของคนเรานั้นจะมีโครงสร้างเชื่อมต่อกันมากมาย ได้แก่ กระดูก ข้อต่อ กล้ามเนื้อ เอ็น และเส้นเอ็นที่ยึดกล้ามเนื้อและกระดูก โดยมีโครงสร้างหลักที่ค้ำยัน คือ กระดูกสันหลัง (vertebrae) ซึ่งประกอบด้วยกระดูก 24 ท่อนเชื่อมกัน รวมไปถึงกระดูกสันหลังส่วนกระเบนเหน็บ (sacrum) และส่วนก้นกบ (coccyx) กระดูกสันหลังแต่ละข้อจะมีหมอนรองกระดูก ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันการกระเทือนหรือช่วยรับแรงกระแทกและช่วยให้กระดูกสันหลังของคนเรานั้นสามารถโค้งงอได้ กระดูกสันหลังแต่ละข้อจะมีช่องว่างตรงกลางต่อกันเป็นแนวยาวเพื่อให้เป็นช่องทางเดินของเส้นประสาทไขสันหลัง ซึ่งทำหน้าที่นำกระแสประสาทจากสมองไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย


สาเหตุการปวดหลังที่แท้จริงอาจไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากเหตุใด แต่มักเกี่ยวข้องกับการทำงานที่ทำให้ร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งหดเกร็งมากเกินไป จนทำให้เกิดภาวะตึงหรือเครียด(strain) มากกว่าจะมีสาเหตุจากเส้นประสาท 

ลักษณะอาการของการปวดหลัง

            หากคุณมีอาการปวดหลังส่วนล่าง(low back pain) ซึ่งอาจทำให้รู้สึกตึง ปวดหรือเมื่อยล้า อาการเจ็บปวดดังกล่าวจะเป็นอาการปวดหลังแบบธรรมดาหรือปวดหลังแบบไม่จำเพาะ (non-specific back pain)  ซึ่งมักจะหายได้เองภายในเวลา 2-3 วัน

            อาการปวดหลังเป็นได้ทั้งแบบเฉียบพลัน (acute) และเรื้อรัง (chronic) ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เป็นว่ามีอาการมานานเพียงใด ซึ่งแยกได้ดังนี้

·        อาการปวดหลังแบบเฉียบพลัน (acute back pain) จะมีอาการไม่เกิน 6 สัปดาห์
·        อาการปวดหลังแบบกึ่งเฉียบพลัน ( sub-acute back pain) จะมีอาการระหว่าง 6 สัปดาห์ – 3 เดือน
·        อาการปวดหลังแบบเรื้อรัง (chronic back pain) จะมีอาการมากกว่า 3 เดือน

สาเหตุของการปวดหลัง 

·        การยืน นั่งหรืองอหลังเป็นเวลานานๆ
·        การยก แบก ดันหรือดึงสิ่งของที่มีน้ำหนักมากเกินไปหรือใช้ท่าทางที่ไม่ถูกต้อง
·        นั่งรถเป็นเวลานาน หกล้มหรือตกจากที่สูง
·        มีภาวะเครียดหรือวิตกกังวล
·        มีภาวะน้ำหนักตัวเกิน
·        นั่งหรือยืนในท่าที่ไม่ถูกต้อง

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆที่ก่อให้เกิดอาการปวดหลังอย่างรุนแรง ซึ่งพบได้น้อยมาก เช่น

·        มีการแตกร้าวของกระดูกบริเวณหลัง

·     ภาวะกระดูกพรุน (osteoporosis) เป็นภาวะที่มีความหนาแน่นของกระดูกลดลงอย่างมาก ส่งผลให้กระดูกเปราะบางและมีแนวโน้มที่จะเกิดการแตกร้าวได้ง่าย

·        โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อน (a slipped disc) เกิดขึ้นเมื่อหมอนรองกระดูกปูดหรือเคลื่อนตัวออกมากดทับเส้นประสาทไขสันหลัง

·        โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ (spinal stenosis) เกิดจากช่องว่างของกระดูกสันหลังแคบลง

·        โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน (spondylolisthesis) เกิดจากกระดูกสันหลังเลื่อนไปด้านหน้าและเคลื่อนออกจากตำแหน่ง

·        โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม (degenerative disc disease) เกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมลง

·        โรคข้อเสื่อม (osteoarthritis) เกิดจากข้อต่อกระดูกสันหลังฉีกขาดจากภาวะความเสื่อมตามเวลาที่ถูกใช้งาน

·     โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis) เป็นภาวะอักเสบของข้อต่อและบริเวณโดยรอบ อันเกิดจากการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายที่ผิดปกติ

การวินิจฉัยการปวดหลัง
           
·        X-ray
·        CT scan เป็นวิธีตรวจที่ใช้การถ่ายภาพรังสีด้วยระบบคอมพิวเตอร์
·        MRI scan เป็นวิธีการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
·        การตรวจเลือด วิธีการนี้ใช้สำหรับต้องการตรวจหาสาเหตุของการปวดหลังที่มีความจำเพาะเจาะจงเป็นพิเศษ

การรักษาอาการปวดหลัง 

การดูแลรักษาด้วยตัวเอง

·     หากิจกรรมที่ต้องออกแรงอย่างเหมาะสมทำเป็นประจำสม่ำเสมอ ดีกว่าใช้เวลานอนพักเพราะการนอนพักอยู่บนเตียงเฉยๆ จะยิ่งทำให้อาการปวดหลังแย่ลง

·     ประคบร้อนหรือเย็นบริเวณที่ปวดหลัง โดยอาจหาซื้อแผ่นประคบได้จากร้านขายยา หรืออาจจะนำถุงน้ำแข็งหรือถุงถั่วแช่แข็งห่อด้วยผ้าอีกหนึ่งชั้นแล้วนำมาประคบบริเวณที่ปวดได้ โดยหลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำแข็งนั้นสัมผัสกับผิวโดยตรงเพื่อป้องกันผิวบริเวณนั้นถูกทำลาย

การรักษาด้วยวิธีกายภาพบำบัด

นักกายภาพบำบัดเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการรักษาและพัฒนาการเคลื่อนไหวของผู้ป่วย ซึ่งจะช่วยจัดรูปแบบวิธีการรักษาด้วยวิธีการออกกำลังกายและยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

แพทย์อาจจะส่งตัวผู้ป่วยเข้ารับการรักษาทางกายภาพบำบัดด้านต่างๆ เช่น การรักษาด้วยนักกายภาพบำบัด (physiotherapy) การจัดกระดูก (chiropractic)หรือการจัดกระดูกและเส้นเอ็น (osteopathy) ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งของการแพทย์ทางเลือก

การผ่าตัด (Surgery)

การผ่าตัดอาจจะมีความจำเป็นหากพบว่าอาการปวดหลังเกิดจากสาเหตุที่จำเพาะเจาะจงที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด
               
การป้องกันอาการปวดหลัง 
·        ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดินหรือว่ายน้ำเป็นประจำ
·        พยายามหลีกเลี่ยงภาวะเครียดต่างๆ
·        รักษาหลังให้ตรงอยู่เสมอ พยายามใช้ข้อเข่าและสะโพกแทนการงอหลัง
·        รักษาท่าทางให้ถูกต้องเหมาะสมอยู่เสมอ โดยเฉพาะหลัง อย่าให้อยู่ในท่าโค้งงอ
 
ขอบคุณบทความจาก : http://www.bupa.co.th