Click on the slide!

โรงพยาบาลบางระกำ   "ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 น.-16.30 น." 

Click on the slide!

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางระกำ

  นายแพทย์ ภูวดล พลพวก  

Click on the slide!

บริการด้านการตรวจรักษา ด้านจักษุ

บริการตรวจตา สายตา ต้อเนื้อ ต้อกระจก ต้อหิน

Click on the slide!

เจ็บป่วย อุบัติเหตุ ฉุกเฉิน โทรสายด่วน 1669

Frontpage Slideshow (version 2.0.0) - Copyright © 2006-2008 by JoomlaWorks

ตะคริว

พิมพ์
PDF

ตะคริว

 

 
 ตะคริว (Muscle cramp) คือ ภาวะปวดเกร็งของกล้ามเนื้อ 

ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในระหว่างการออกกำลังกายหรือหลังการออกกำลังกาย แม้กระทั่งขณะนอนพักก็สามารถเกิดขึ้นได้ กล้ามเนื้อที่เกิดตะคริวจะหดเกร็งไม่สามารถคลายตัวได้ ส่วนใหญ่อาการปวดจะดีขึ้นในเวลาไม่นาน แต่บางรายอาจมีอาการนานกว่า 15 นาที แม้ตะคริวจะไม่ได้ส่งผลร้ายแรงต่อร่างกายในระยะยาว แต่ก็อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพบางอย่าง

บทความนี้จะกล่าวถึงสาเหตุที่อาจทำให้เกิดตะคริวจากการออกกำลังกาย รวมถึงการรักษาและป้องกันตะคริวโดยมีหัวข้อดังนี้
  • สาเหตุของตะคริว
  • การรักษาตะคริว
  • การป้องกันการเกิดตะคริว
 
 
สาเหตุของตะคริว

แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ตะคริวอาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้
  • การออกกำลังกายหนักเกินไป เช่น การวิ่งมาราธอน
  • ภาวะขาดน้ำ
  • ร่างกายไม่พร้อมในการออกกำลังกายหรือขาดการฝึกฝนที่ดี
  • ภาวะเสียสมดุลของเกลือแร่ เช่น ขาดโซเดียมจากอาหาร หรือสูญเสียเกลือแร่จากการเสียเหงื่อ
  • การออกกำลังกายในที่อากาศร้อนมาก
  • ออกกำลังกายด้วยวิธีการไม่ถูกต้อง
 
การรักษาตะคริว
ตะคริวสามารถเกิดขึ้นได้กับกล้ามเนื้อทุกมัด แต่ส่วนใหญ่มักเกิดกับกล้ามเนื้อ 3 กลุ่มดังนี้
  1. กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (quadriceps)
  2. กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (hamstring)
  3. กล้ามเนื้อน่อง (gastrocnemius)
เมื่อเกิดตะคริว สิ่งที่ควรทำคือ
  1. หยุดออกกำลังกาย
  2. ยืดกล้ามเนื้อมัดนั้นเบาๆ ค้างไว้จนกว่าจะคลายตัว และอาจให้เพื่อนช่วยยืดให้ด้วยวิธีการดังนี้
  • ตะคริวที่น่อง (calf) ให้ยืนในท่าก้าวเท้าข้างหนึ่ง(ข้างที่ไม่เป็นตะคริว)ไปด้านหน้าและเหยียดขาข้างที่เป็นตะคริวไปด้านหลังในท่าเหยียดตรง พร้อมกับโน้มตัวไปด้านหน้า (lunge position) ซึ่งจะช่วยยืดกล้ามเนื้อน่องข้างที่เป็นตะคริว
  • ตะคริวที่กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (quadriceps) ให้ยืนด้วยขาข้างที่ไม่มีอาการ (อาจใช้มือค้ำยันผนังเพื่อช่วยในการทรงตัว) และพับขาข้างที่เป็นตะคริวให้ส้นเท้ายกขึ้นชิดก้นย้อย ใช้มือดึงเท้าให้ติดกับก้นค้างไว้ก็จะเป็นการยืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าที่เป็นตะคริว
  • ตะคริวที่กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (hamstring) ให้นั่งเหยียดขาข้างที่เป็นตะคริวไปด้านหน้า เข่าตึง โน้มตัวไปข้างหน้า จับปลายเท้าไว้จะช่วยยืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังที่เป็นตะคริว
  1. นวดกล้ามเนื้อเบาๆ
  2. เดินช้าๆ
  3. อาจเริ่มต้นประคบร้อนเพื่อคลายกล้ามเนื้อก่อน หลังจากนั้นอาจตามด้วยการประคบเย็นด้วยถุงเย็นหรือผ้าเย็นเพื่อลดปวด แต่ไม่ควรประคบน้ำแข็งลงบนผิวหนังโดยตรง เพราะอาจทำให้ผิวหนังบาดเจ็บได้
  4. ดื่มน้ำเพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำในร่างกาย
 
การป้องกันการเกิดตะคริว

เช่นเดียวกับการบาดเจ็บอื่นๆ การป้องกันย่อมดีกว่าการที่ต้องรักษาภายหลัง ข้อแนะนำต่อไปนี้สามารถป้องกันการบาดเจ็บรวมถึงการเป็นตะคริวได้

การฝึกฝน

เพิ่มความหนักและระยะเวลาของการฝึกออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ร่างกายปรับตัวกับความหนักที่เพิ่มขึ้น

น้ำในร่างกาย

ร่างกายต้องได้รับน้ำเพียงพอในขณะออกกำลังกาย โดยสามารถสังเกตได้จากสีของปัสสาวะ ถ้าปัสสาวะสีเข้มแปลว่าร่างกายกำลังขาดน้ำ ถ้าปัสสาวะใสแสดงว่าร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ

การอบอุ่นร่างกายและการยืดกล้ามเนื้อ

ก่อนออกกำลังกายต้องอบอุ่นร่างกาย (warm up) การยืดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกายสามารถช่วยลดโอกาสของการบาดเจ็บและการเกิดตะคริวจากการออกกำลังกาย ทั้งยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อด้วย
ถ้าคุณเป็นตะคริวอยู่เสมอ ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์หรือขอคำแนะนำจากนักกายภาพบำบัด

ข้อปฏิบัติที่สำคัญ
  1. เพิ่มความหนักและระยะเวลาของการฝึกฝนแบบค่อยเป็นค่อยไป
  2. ดื่มน้ำให้เพียงพอทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการออกกำลังกาย
  3. สวมเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับการฝึก
  4. พบแพทย์หากเป็นตะคริวบ่อยครั้ง

 

ขอบคุณบทความดีๆจาก : http://www.bupa.co.th