Click on the slide!

โรงพยาบาลบางระกำ   "ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 น.-16.30 น." 

Click on the slide!

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางระกำ

  นายแพทย์ ภูวดล พลพวก  

Click on the slide!

บริการด้านการตรวจรักษา ด้านจักษุ

บริการตรวจตา สายตา ต้อเนื้อ ต้อกระจก ต้อหิน

Click on the slide!

เจ็บป่วย อุบัติเหตุ ฉุกเฉิน โทรสายด่วน 1669

Frontpage Slideshow (version 2.0.0) - Copyright © 2006-2008 by JoomlaWorks

การจัดการกับภาวะซึมเศร้า

พิมพ์
PDF

การจัดการกับภาวะซึมเศร้า

 

 

ภาวะซึมเศร้า เป็นภาวะที่พบในคนที่มีอารมณ์หดหู่หรือไม่สนใจกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

 

 

รู้สึกไม่มีคุณค่าในตัวเอง หมดเรี่ยวแรงและให้ความสนใจสิ่งต่างๆรอบตัวน้อยลง ซึ่งคนที่มีภาวะซึมเศร้านั้นจะตกอยู่ในภาวะดังกล่าวเป็นเวลานาน

ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้า

ประมาณหนึ่งในห้าของประชากรที่อาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษจะมีภาวะซึมเศร้าในบางช่วงของชีวิต ซึ่งสามารถพบภาวะนี้ได้ในทุกวัย

อาการของภาวะซึมเศร้ามีได้หลายอย่าง ได้แก่ ขาดความสนใจและไม่มีความร่าเริงในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างที่ควร นับเป็นเรื่องปกติที่อาจจะมีบางวัน

หรือบางช่วงสัปดาห์ที่บางสิ่งบางอย่างไม่เป็นไปอย่างที่คุณคิดและทำให้คุณรู้สึกไม่มีความสุข ซึ่งหากคุณไม่สามารถหลุดพ้นจากภาวะดังกล่าวได้อย่างรวดเร็ว

และอาการดังกล่าวเริ่มมีอิทธิพลรบกวนชีวิตประจำวันของคุณแล้วละก็ แสดงว่าคุณกำลังมีภาวะซึมเศร้า

ชนิดของภาวะซึมเศร้า

มีหลายวิธีที่จะจำแนกหรือแยกประเภทของภาวะซึมเศร้า หนึ่งในวิธีที่คุณอาจจะเคยได้ยินคือการแยกประเภทของภาวะซึมเศร้าตามระดับความรุนแรงของอาการ

·        ภาวะซึมเศร้าเล็กน้อย ภาวะซึมเศร้าระดับนี้ไม่ถึงกับทำให้สูญเสียความสามารถในการดำรงชีวิตประจำวัน แต่จะรู้สึกว่าการทำกิจกรรมต่างๆเป็นสิ่งยากลำบาก

และดูเหมือนว่าจะไม่มีความคุ้มค่าที่จะลงมือทำสิ่งใดๆ

·        ภาวะซึมเศร้าปานกลาง ภาวะซึมเศร้าระดับนี้จะมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันอย่างมาก และมีอาการรุนแรงมากกว่าภาวะซึมเศร้าเล็กน้อย

·        ภาวะซึมเศร้ารุนแรง ภาวะซึมเศร้าระดับนี้จะทำให้ผู้ป่วยขาดความสนใจในการดำเนินกิจกรรมในทุกๆกิจกรรม แม้แต่การทำกิจวัตรประจำวันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้


นอกจากนี้ยังมีภาวะซึมเศร้าในรูปแบบเฉพาะอื่นๆ ได้แก่

·        ภาวะซึมเศร้าเรื้อรัง (Dysthymia) เป็นภาวะซึมเศร้าเล็กน้อยที่มีอาการอย่างน้อย 2 ปี

·        โรคอารมณ์แปรปรวน (Bipolar affective disorder) หรือรู้จักกันในชื่อโรคอารมณ์ 2 ขั้วที่ตรงกันข้ามแบบเดี๋ยวสุขเดี๋ยวซึมเศร้า ซึ่งภาวะดังกล่าวทำให้อารมณ์แปรปรวนผิดปกติ

ตั้งแต่ตื่นเต้นดีใจมากกว่าปกติไปจนถึงซึมเศร้าและสิ้นหวังในที่สุด รวมถึงอาจมีอาการประสาทหลอนร่วมด้วย

·        โรคอารมณ์แปรปรวนอันเนื่องมาจากฤดูกาล (Seasonal affective disorder : SAD) เป็นภาวะซึมเศร้าอีกรูปแบบหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ

ส่วนใหญ่มักพบในช่วงฤดูหนาว

·        ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (Postnatal depression) มักเกิดขึ้นช่วงหลังคลอดบุตร 2-3 สัปดาห์ และอาจจะมีอาการอยู่นานเป็นเดือนหรือปี

อาการของภาวะซึมเศร้า

ผู้ป่วยที่มีภาวะซึมเศร้า อาจจะมีอาการแตกต่างกันออกไปดังนี้

·        อารมณ์หดหู่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งอาจจะมีอาการแย่ที่สุดในช่วงเช้า
·        โมโหง่าย
·        ร้องไห้บ่อยๆ
·        ขาดความสนใจต่อการใช้ชีวิตอยู่ในสังคม
·        ขาดความมั่นใจในตัวเอง
·        หมดเรี่ยวแรง ไม่มีพลัง
·        อ่อนเพลียเหนื่อยล้าและไม่มีความใส่ใจสิ่งรอบข้าง
·        ตัดสินใจทำอะไรได้ยาก
·        รู้สึกไร้ค่าหรือสิ้นหวัง
·        รู้สึกผิด
·        อยากตายหรือคิดฆ่าตัวตาย
·        วิตกกังวล
·        ไม่มีความต้องการทางเพศ
·        มีปัญหาในการนอน อาจใช้เวลา 1 หรือ 2 ชั่วโมงเพื่อทำให้ตัวเองหลับหรือตื่นก่อนเวลาปกติ
·        มีผลกระทบต่อการกินอาหาร ซึ่งอาจจะกินอาหารได้น้อยลงหรือกินมากกว่าปกติ
·        มีอาการเจ็บปวดที่แย่ลงที่ไม่สามารถอธิบายสาเหตุได้
·        มีความเชื่องช้าในการทำกิจกรรมต่างๆ
 
อาการแทรกซ้อนของภาวะซึมเศร้า

ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรง จะมีอาการของภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรงอย่างน้อย 1 อีกครั้ง โดยเฉพาะคนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีหรือในผู้สูงอายุจะเกิดอาการรุนแรงได้อีกหลายครั้ง

ภาวะซึมเศร้ายังมีความเกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตายอีกด้วย  โดยสถิติพบว่า 2 ใน 3 ของคนที่ฆ่าตัวตายมีภาวะซึมเศร้าอยู่ด้วย

สาเหตุของภาวะซึมเศร้า

ภาวะซึมเศร้ามีความแตกต่างในแต่ละบุคคลที่มีประสบการณ์ต่างกัน ซึ่งในปัจจุบันนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของภาวะซึมเศร้า แต่ก็พบปัจจัยที่สามารถก่อให้เกิดภาวะดังกล่าว ได้แก่

·        บุคคลที่มีความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูกไม่ดีในช่วงวัยเด็ก
·        ครอบครัวมีปัญหาพ่อแม่หย่าร้างตั้งแต่เด็ก
·        การสูญเสียญาติหรือเพื่อนสนิท
·        ผิดหวังในสัมพันธภาพ อกหัก
·        การถูกกระทำรุนแรงทางร่างกายหรือทางเพศในวัยเด็ก
·        การมีลักษณะส่วนตัวเกี่ยวกับโรคทางระบบประสาท
·        การเจ็บป่วยรุนแรงเรื้อรังเป็นเวลานาน เช่น โรคเบาหวาน หรือ โรคหัวใจ
·        ครอบครัวมีประวัติภาวะซึมเศร้า
·        ครอบครัวยากจน
·        คนร่อนเร่ ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง
·        คนว่างงาน
·        เพศหญิงมีแนวโน้มพบภาวะซึมเศร้าได้มากกว่าผู้ชาย

การวินิจฉัยภาวะซึมเศร้า

     ถ้าคุณมีภาวะซึมเศร้า ให้ยอมรับกับปัญหาเป็นอันดับแรกซึ่งเป็นขั้นตอนที่ทำได้ยากที่สุด บ่อยครั้งที่คนที่อยู่รอบๆตัวคุณจะแนะนำให้คุณเข้ารับการช่วยเหลือ

ซึ่งถ้าคุณยอมรับตามนั้นและไปพบแพทย์คุณก็จะได้รับกำลังใจและการรักษาภาวะซึมเศร้าของคุณให้หมดไป ก่อนที่ภาวะดังกล่าวจะมาครอบงำชีวิตคุณทั้งชีวิต

แพทย์อาจจะถามเกี่ยวกับชีวิตครอบครัว ความสัมพันธ์ ประวัติภาวะซึมเศร้าที่คุณเคยเป็น และความคิดที่จะฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตัวเอง ซึ่งเป็นคำถามเกี่ยวกับอาการ

ระยะเวลาที่เกิดอาการและความรุนแรงของอาการดังกล่าวที่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคุณ

    ผู้ป่วยที่มีภาวะซึมเศร้าส่วนใหญ่มักจะได้รับการบำบัดจากแพทย์เวชปฏิบัติประจำตัวของผู้ป่วยอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ป่วยบางรายที่มีอาการรุนแรงหรือ

มีภาวะซึมเศร้าที่ยากจะรักษาได้นั้นจะถูกส่งต่อให้จิตแพทย์ซึ่งเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญปัญหาทางจิตเวชโดยเฉพาะ


การรักษาภาวะซึมเศร้า

วิธีการรักษาภาวะซึมเศร้ามีหลากหลายวิธี โดยมีวิธีหลักๆอยู่ 2 วิธี ได้แก่ การบำบัดด้วยการพูดคุยทางจิตวิทยาเช่น การรับคำปรึกษา (counseling)

และการใช้ยาต้านภาวะซึมเศร้า (antidepressant drug)ซึ่งการจะได้รับวิธีการรักษาแบบไหนนั้นจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของภาวะซึมเศร้าที่เป็นอยู่


การช่วยเหลือตัวเอง (Self-help)

               การออกกำลังกายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยรักษาภาวะซึมเศร้าไปพร้อมกับการรักษาด้วยยาและ/หรือการรับคำปรึกษา

การเลือกเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกายในรูปแบบที่คุณชื่นชอบสนุกสนานจะทำให้คุณมีความสนใจทำกิจกรรมนั้นได้นาน การฝึกผ่อนคลายความเครียด

และการทำสมาธิก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่สามารถช่วยบำบัดภาวะซึมเศร้าได้ด้วย

               ผู้ป่วยภาวะซึมเศร้าอาจจะพยายามใช้แอลกอฮอล์เพื่อกระตุ้นอารมณ์และความรู้สึก ซึ่งการเลือกใช้วิธีนี้จะต้องให้ความสำคัญกับการควบคุม

ปริมาณการดื่มไม่ให้มากเกินกว่ามาตรฐานที่แนะนำเพราะแอลกอฮอล์จะมีผลกระทบต่อการนอนหลับและอารมณ์ของผู้ป่วย รวมถึงผลกระทบต่อ

สุขภาพในระยะยาวด้วย เช่น ตับถูกทำลาย


การใช้ยา

            การใช้ยารักษาภาวะซึมเศร้าอาจจะไม่มีความจำเป็นสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะซึมเศร้าเล็กน้อยหรือภาวะซึมเศร้าปานกลาง เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้

จำนวนมากมีอาการที่ดีขึ้นได้ภายในระยะเวลา  6 เดือนโดยที่ไม่ต้องใช้ยารักษา

                ยารักษาภาวะซึมเศร้ามีหลากหลายประเภท แต่ทั้งหมดล้วนมีผลข้างเคียงต่อผู้ป่วยทั้งสิ้น ดังนั้นการเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน

จึงมีความสำคัญมาก ผู้ป่วยควรสอบถามรายละเอียดการใช้ยาจากแพทย์หรือศึกษาจากเอกสารความรู้การใช้ยาให้เข้าใจก่อนใช้ยา


การบำบัดด้วยการพูดคุย (Talking therapies)

            โดยปกติแล้วแพทย์จะจัดให้ผู้ป่วยได้รับการบำบัดด้วยการพูดคุยในขณะรับการรักษาอยู่แล้ว การให้คำปรึกษาเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาผู้ป่วยภาวะซึมเศร้า

โดยผู้ป่วยสามารถแสดงความรู้สึกและปัญหาของตัวเองต่อผู้ให้คำปรึกษาเป็นการส่วนตัว ซึ่งผู้ให้คำปรึกษาจะเป็นเพียงผู้รับฟังและถามคำถามเท่านั้น

การบำบัดด้วยการพูดคุยมีหลายประเภทด้วยกัน ซึ่งโดยปกติแล้วจะอนุญาตให้ผู้ป่วยแสดงความรู้สึกออกมาได้เต็มที่โดยไม่ถูกบังคับ

ในขณะที่ผู้ให้คำปรึกษาจะรับฟังสิ่งที่ผู้ป่วยพูดและพยายามสังเกตความรู้สึกของผู้ป่วยและมองปัญหาที่เกิดขึ้นในแง่มุมต่างๆ โดยปกติแล้วผู้ป่วยจะมีตารางเวลาที่

แน่นอนสำหรับการเข้ารับการบำบัดด้วยวิธีนี้ ส่วนมากจะใช้เวลา 6-12 ครั้ง

            การบำบัดด้วยการพูดคุย มีหลายประเภท ได้แก่ การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (cognitive behavioural therapy :CBT) และ จิตบำบัดเชิงจิตพลวัต

(psychodynamic psychotherapy)ซึ่งเป็นรูปแบบการบำบัดด้วยการพูดคุยถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประวัติชีวิตในวัยเด็กและสัมพันธภาพที่มีความสำคัญมากต่อผู้ป่วย

การเลือกรูปแบบในการบำบัดนั้น ขึ้นอยู่กับความชำนาญของผู้ให้คำปรึกษาความพร้อมของผู้ป่วยและความรุนแรงของภาวะซึมเศร้าที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ 

 

ขอบคุณบทความจาก : http://www.bupa.co.th